
อย่างที่ทราบกันว่า Tesla ประเทศไทย จำหน่ายเครื่องชาร์จรถไฟฟ้าให้กับผู้ที่ซื้อรถกับศูนย์เท่านั้น เมื่อซื้อเครื่องชาร์จมาแล้วบางครั้งเจ้าของรถก็ยังอยู่ระหว่างรอมิเตอร์ไฟใหม่มาเปลี่ยน เลยทำให้ได้เครื่องชาร์จ Tesla มาติด แต่ยังใช้งานไม่ได้ ฮอปขอแนะนำว่า ให้เตรียมระบบไฟไว้ตั้งแต่เนิ่นๆดีที่สุดค่ะ กรณีต้องรอทำระบบไฟสำหรับที่ชาร์จและรอมิเตอร์ใหม่มาเปลี่ยน ก่อนการใช้งานเครื่องชาร์จรถ Tesla ต้องเริ่มทำการตั้งค่าก่อนการใช้งานอะไรบ้าง และการจะเข้าไปตั้งค่าเครื่องชาร์จ Tesla ต้องทำอย่างไรบ้าง วันนี้ฮอปจะมา สอนตั้งค่าเครื่องชาร์จ Tesla Gen 3 Wall Connector ไปดูกัน
1. เปิดสวิตซ์เบรกเกอร์ เพื่อจ่ายไฟให้เครื่องชาร์จ
เมื่อเปิดใช้งานเครื่องครั้งแรก เครื่องจะแสดงสถานะไฟสีเหลืองสว่างนิ่ง (ไฟเขียว+ไฟสีแดง) เป็นการแจ้งว่า รอการตั้งค่าอยู่นะ

2. ใช้มือถือ ( Smart Phone) iOS หรือ Android สแกน QR Code
ที่สติกเกอร์บนหน้าปกคู่มือเริ่มต้นการใช้งาน หรือ เลือกเชื่อมต่อ SSID ด้วยตัวเอง แล้วพิมพ์รหัสผ่าน WPA2 ตามที่พิมพ์อยู่บนสติกเกอร์ เมื่อทำตามขั้นตอนนี้เครื่องชาร์จจะพร้อมสำหรับตั้งค่าต่อไป

3. หลังจากเชื่อมต่อกับเครื่องชาร์จได้แล้ว ให้เปิด Browser
พิมพ์ URL http://192.168.92.1/ เพื่อตั้งค่าเครื่องชาร์จ จะมีหน้าตาประมาณนี้ แล้วก็เริ่มตั้งค่าได้เลยค่ะ

แล้วมีส่วนที่เราควรเข้าไปตั้งค่าบ้าง ได้แก่
- WI-FI ส่วนนี้เราจะเชื่อมต่อ หรือ ไม่เชื่อมต่อกับ WI-FI ภายในบ้านก็ได้ (สำหรับบ้านที่ไม่ใช้ WI-Fi ก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ)
- Software ส่วนนี้จะเป็นการอัพเดทซอฟแวร์เวอร์ชั่นของเครื่องชาร์จ โดยสามารถอัพเดทภายหลังได้ค่ะ พออัพเดทจะมี Power Sharing สำหรับชาร์จรถหลายคันพร้อมกันเพิ่มขึ้นมา

3. Installation ส่วนนี้จะเป็นการตั้งค่า (แนะนำให้ช่างติดตั้งผู้ชำนาญการตั้งค่าให้)
เลือกประเทศที่ติดตั้งเครื่องชาร์จ ในตัวอย่างจะเลือกเป็น Australia เพราะยังไม่มีประเทศไทยให้เลือกค่ะ
กระแสไฟสูงสุดที่จ่ายให้กับตัวรถ โดยสามรถใส่ค่าได้ตั้งแต่ 6 – 32 A
Ground Monitor Interruptor ส่วนนี้จะเกี่ยวกับระบบสายดิน ให้เลือกเป็น Enabled หรือ Monitor (ขึ้นอยู่กับรูปแบบการติดตั้งระบบสายดิน ตรงนี้ควรสอบถามช่างผู้ติดตั้งว่าเป็น TT หรือ TN) โดยทั่วไปบ้านเราจะเป็นระบบ TN-C-S แนะนำให้เลือกเป็น Enabled ค่ะ

4. ในส่วนของ Access Control จะเลือกว่ารถคันไหนใช้เครื่องชาร์จเครื่องนี้ได้บ้าง มีให้เลือก 3 แบบ
- All Vehicles
- Only Tesla
- Authorized Teslas Only
ถ้าที่บ้านมีรถไฟฟ้าหลายยี่ห้อ แนะนำเลือกเป็น All Vehicles ไปเลยค่ะ จะได้ชาร์จด้วยกันได้ หลังจากตั้งค่าเสร็จจะมีหน้าตาประมาณนี้ค่ะ
เมื่อกำหนดค่าครบแล้วกด SAVE ค่ะ
ฮอป สอนตั้งค่าเครื่องชาร์จ Tesla Gen 3 Wall Connector

จากนั้นสถานะที่เครื่องชาร์จจะแสดงไฟสีเขียวด้านบนสุดสว่างนิ่ง ก็พร้อมชาร์จได้เลย
เมื่อเสียบชาร์จกับตัวรถ สถานะไฟจะขึ้นเป็นสีน้ำเงินอยู่สักครู่หนึ่ง บ่งบอกว่า เครื่องชาร์จกำลังสื่อสารกับตัวรถ จากนั้นสถานะไฟจะเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีเขียวแถบยาว หมายถึง สถานะกำลังทำการชาร์จ


คราวนี้เรามาดูสถานะในรถกันดีกว่าเรายังสามารถปรับกระแสไฟที่ชาร์จไฟเข้าจากตัวรถได้ และจำกัดการชาร์จได้ด้วย รถในตัวอย่างจะจำกัดการชาร์จไว้ที่ 90% เพื่อถนอมอายุแบตเตอรี่

สำหรับสาวก TOU ก็สามารถเสียบสายชาร์จทิ้งไว้ และกำหนดเวลาเริ่มชาร์จได้ด้วย เมื่อชาร์จเต็มแล้วไฟจะหยุดชาร์จเอง

คราวนี้มาดูสถานะในการชาร์จจากแอพในมือถือกันบ้าง

สถานะการชาร์จในแอพพลิเคชั่นจะหน้าตาจะประมาณนี้ค่ะ (อาจจะต่างนิดหน่อยในแต่ละเวอร์ชั่น) รถ Tesla ที่วีนำมาเป็นตัวอย่างจะเป็น Tesla Model Y Long Range และ Tesla Model 3 Performance ซึ่งรองรับการชาร์จแบบ AC สูงสุดที่ 11kW และระบบไฟบ้านที่รองรับต้องเป็นไฟ 3 เฟส
คำถามยอดฮิตจากหลายท่านที่กำลังรอรับรถ หรือเล็งรถ Tesla ไว้ ก็คือระบบไฟที่บ้านเป็นแบบ 1 เฟสจะชาร์จได้มั้ย บอกเลยค่ะ ว่าชาร์จได้ แต่ไม่เต็มประสิทธิภาพ ไฟจะจ่ายได้เพียง 7.4kW เท่านั้นค่ะ แอบกระซิบนิดนึงค่ะ ว่า เครื่องชาร์จ Tesla สามารถชาร์จได้สูงสุดที่ 22 kW สำหรับใครที่ต้องการชาร์จให้เต็มประสิทธิภาพของเครื่องชาร์จ สนใจเปลี่ยนเป็นมิเตอร์ 3 เฟส ทางฮอปจัดการให้ได้ค่ะ ดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ ลูกค้าไม่ต้องไปดำเนินการเองใดใดทั้งสิ้น ต้องการความสะดวกสบาย ปรึกษา HOP4ENERGY ได้เลยค่ะ
สอบถามรายละเอียดการให้บริการ / รับคำปรึกษา



