
หลังจากที่ BYD ค่ายรถไฟฟ้ายักใหญ่จากจีนได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยรุ่นแรกที่ทางค่ายเลือกมาให้คนไทยได้เปิดจองเป็นรุ่นแรกก็คือ ATTO 3 ด้วยค่าตัวที่ 1,199,000 บาทซึ่งเป็นราคาหลังหักส่วนลด (ราคาเต็ม 1,459,000 บาท ส่วนลดโครงการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า 259,000 บาท) จากที่ได้รถไฟฟ้าอย่างน้องแมว Ora Good Cat มาสักพัก เราก็อยากจะมองหารถไฟฟ้าอีกสักคัน เพราะใช้รถไฟฟ้าแล้วติดใจ ทั้งการเร่งโดยที่ไม่ต้องรอรอบและความประหยัดที่คุ้มค่า ว่าแล้วเราก็ไม่รอช้าวางเงินจองไป 10,000 บาท เพื่อให้ได้ รีวิว BYD Atto 3 รุ่นที่เราจะมารีวิวในวันนี้คือรุ่น Extend Range

เราไปทดลองขับที่โชว์รูมตรงถนนบางนา-ตราด นัดเวลา 13.00 น. ได้ขับจริงประมาณ 14.00 น. T_T พนักงานแจ้งว่า มีคิวที่เลื่อนกินเวลากันมา เราไปช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2565 ตอนที่ไปโชวร์รูมยังไม่ค่อยเรียบร้อยดี พื้นแอบลื่น เกือบล้มไป 2 ที เดินระวังกันด้วยน้า
ระหว่างรอคิวก็มาถ่ายรูปรถภายนอกรถไปพลางๆ Atto 3 จัดเป็น B-SUV ขนาดเทียบเท่ากับ Honda HR-V, Mazda CX-30 และ Toyota Corolla Cross

ดีไซน์ภายนอกมาในรูปแบบหน้ามังกรดูโฉบเฉี่ยว กระจังหน้าไม่มีช่องดักอากาศ โดดเด่นด้วยโลโก้ BYD ไฟหน้าแบบ LED เต็มระบบ มี Daytime Runing Light ดูสวยงามลงตัว รอบตัวรถยังประกอบไปด้วย กล้อง 360 องศารอบคัน Radar ADASด้านกันชนหน้า

ไฟท้ายออกแบบเป็นเส้นเดียวยาวๆ ไฟเลี้ยวเปนแบบ Sequential ดูล้ำ ชวนให้ นึกถึง Audi ท้ายรถมีสปอยเลอร์ยื่นออกมาและที่สำคัญมีใบปัดน้ำฝนให้ด้วยนะ (เป็นสิ่งที่ Ora Good Cat ไม่มี ฝนตกบางทีก็แอบเซ็งอยู่)

Diffuserด้านท้ายรถดูเรียบเนียนไม่มีช่องท่อไอเสียตามไสตล์รถEV

หลังคาของตัวรถมีเส้นสายที่มีความสโลปลาดลงดูสปอร์ตสุดๆ บริเวณเสา C ของตัวรถมีการตกแต่งที่สะดุดตาตามสไตล์จีน ที่เซลล์บอกว่าดีไซน์คล้ายเกล็ดมังกร ดูๆไปก็เก๋ดี

กระโปรงท้าย เป็นเปิด-ปิดแบบไฟฟ้า กดปุ่มด้านล่างที่ท้ายรถ (ไม่ต้องยก น้องเปิดขึ้นให้เอง) หรือกดจากรีโมทรถเพื่อเปิดก็ได้ แต่เตะเปิดไม่ได้นะ อันนี้ยอมรับเลยว่า สะดวกกว่ามากถ้าเทียบกับ Ora Good Cat 500 Ultra

สามารถเปิดและล็อครถโดยไม่ใช้รีโมทได้ เพียงพกรีโมทในกระเป๋าก็สามารถแตะตรงที่จับประตูฝั่งคนขับด้านนอกเพื่อล็อครถ และแตะตรงด้านในของที่จับเพื่อปลดล็อค สามารถทำได้เพียงฝั่งคนขับด้านเดียวนะ (แอบเซ็งนิดนึง)

ATTO 3 มีคีย์การ์ดด้วย โดยสามารถใช้คีย์การ์ดของรถ แตะปลดล็อครถยนต์ได้ที่กระจกมองข้าง

พื้นที่สัมภาระด้านท้าย เก็บของได้ประมาณนึง ใครนึกความกว้างไม่ออกเรายืดแขนให้ดู 5555

ที่เก็บของมีไฟให้ และสามารถเพิ่มพื้นที่เก็บของด้วยการปรับถาดรองลงไปได้อีกระดับนึง เพื่อให้ได้ที่เก็บของที่ลึกขึ้น

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

มีให้เลือกด้วยกัน 5 สี แดง ขาว เขียว ฟ้า และเทา แต่ interiorภายในจะเป็นสีแบบเดียวกันหมด

การชาร์จไฟฟ้า
- การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ หัวชาร์จแบบ Type 2 ที่ 7.0 kW เวลาชาร์จ AC 0-100% ใช้เวลา ชาร์จ 8 ชั่วโมง 30 นาที (On-board charger(OBC) ขนาด 7.0 kW)
- การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง หัวชาร์จแบบ CCS2 รองรับได้สูงสุด 80 kW (Extended Range) ใช้เวลาชาร์จ DC 10-80% 30 นาที

รองรับการชาร์จแบบ AC 7.0 kW เครื่องชาร์จที่เหมาะสมคือเครื่องชาร์จ 7.4 kW
ขับเคลื่อนล้อหน้า ด้วยมอเตอร์ Permanent Magnet Synchronous Motor กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร พ่วงด้วยแบตเตอรี่ BYD Blade Battery ความจุ 60.48 kWh
ตัวเลขสมรรถนะเคลมจากโรงงาน

- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 7.3 วินาที
- ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จ อยู่ที่ 480 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC)
- ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จ อยู่ที่ 420 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP)

การออกแบบภายใน มีสีเดียว เลือกไม่ได้ มีPanoramic Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า มีม่านหลังคา (บางค่ายมีSunroof แต่ไม่มีม่าน แดดบ้านเราหัวน่าจะร้อนได้ค่ะ 555)
เบาะนั่งคนขับทรงสปอร์ตปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ให้ความรู้สึกนุ่มแน่น โอบรับหลัง
เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน ดูสปอร์ต ขนาดพวงมาลัยกำลังดี ตอนทดลองขับรู้สึกว่าพวงมาลัยเบาไปนิดนึง แต่พอปรับโหมดสปอร์ตพวงมาลัยรู้สึกหนักไปหน่อยแต่อาจจะเพราะยังไม่คุ้น ช่องแอร์ดีไซน์คล้ายดัมเบลล์ มีหน้าจอแดชบอร์ดหลังพวงมาลัย ขนาด 5 นิ้ว บอกความเร็วที่ใช้ โหมดที่ขับ ระยะทางที่เหลืออยู่ ระดับแบตเตอรี่ โหมดการขับขี่

หน้าจอคอนโซลกลางขนาดใหญ่ 12.8 นิ้ว หมุนได้ จากแนวนอนเป็นแนวตั้ง การทัชลื่นดี ตอบสนองไว
วันที่ลองขับยังระบบสั่งงานด้วยเสียงยังมีแค่ภาษาอังกฤษ และ ยังไม่รองรับ Android Auto กับ Apple Car Play เซลล์บอกว่าน่าจะมีอัพเดทในอนาคต

คอนโซลกลางมีช่องสำหรับชาร์จไร้สายตามแบบฉบับรถไฟฟ้าค่ายอื่นๆ ช่องลาดลงไปด้านหน้าช่วยกันมือถือลื่น ใต้คอนโซลยังมีที่เก็บของและช่องเสียบUSBให้ด้วย แอบเห็นช่องใส่ MicroSD เซลล์บอกว่าเอาไว้บันทึกภาพกล้องรอบคัน บันทึกการขับขี่ของเราด้วย พร้อมสาธิตแอพกล้องถ่ายรูปของรถด้วย

กล้องรอบคัน 360 องศา มีระบบ Holographic Transparent Imaging System ดูวัตถุใต้ท้องรถได้ด้วย
ตัวรถมี Adaptive Cruise control ปรับระยะห่างจากตัวรถคันหน้าได้ รักษารถให้อยู่ในเลนได้ (lane keep)
ที่เปิดประตูดูน่ารักดี อยู่บนลำโพงที่มีไฟ Ambient ก่อนไปลองก็แอบคิวว่า ที่เปิดประตูแบบนี้เวลาใช้จริงน่าจะลำบาก แต่พอได้ลองใช้จริงมันก็เหมือนกับรถที่เราใช้กันทั่วไป ไม่ได้ต่างจากปกติ
ในส่วนของเกียร์ดีไซน์เหมือนคันโยกเครื่องบิน มีปุ่ม Start/Stop ปุ่มปรับโหมดการขับขี่ ให้เบรคมือไฟฟ้ามาด้วย

เบาะหลังกว้าง ออกแบบมาให้นั่ง 3 คน ได้สบายๆ เพราะพื้นราบ ไม่มีอุโมงค์เพลากลาง วันที่ทดลองขับนั่งข้างหลัง 3 คนได้ทั้งครอบครัว ไม่อึดอัดค่ะ
พื้นที่ Leg Room เหลือเยอะมาก Head Room พอได้อยู่ เหลือไม่ได้เยอะมาก เพราะหลังคาค่อนข้างสโลป สำหรับคนนั่งสูงไม่เกิน 165 ซม. นั่งได้สบายไม่มีปัญหาค่ะ

ด้านหลังมีที่วางแก้วน้ำตรงกลางให้ด้วย พร้อมแอร์ด้านหลังและที่เสียบชาร์จแบต

มาถึงเรื่องการทดลองขับบ้าง ส่วนตัวคิดว่าโชว์รูมให้ลองน้อยมากกกกก ระยะทางน้อยเกินไป รอเป็นชั่วโมง ขับจริง 10 นาที

ต่อจากนี้ความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆนะคะ เราจะเทียบการทดลองขับ BYD ATTO 3 กับการขับ ORA Good Cat 500 Ultra ที่ใช้อยู่ งดดราม่าจ้า
- การเร่ง เหยียบแล้ว ATTO พุ่งไวกว่า
- ATTO 3 พวงมาลัยเบามากในโหมดปกติ (น่าจะปรับได้ 2 ระดับ เวลาในรถน้อยมาก ถามไม่ทัน) แต่ปรับเป็นโหมด Sport เพื่อให้พวงมาลัยหนักขึ้นได้ สำหรับเราพอปรับมันก็หนักเกินหรืออาจจะยังไม่ชิน
- เบาะเวลานั่งขับ ATTO 3 กระชับดี กว่า Good Cat แต่ ORA Good Cat 500 Ultra มีที่นวดฝั่งคนขับให้นะ
- ATTO 3 มี Blind spot เป็นไฟขึ้นที่กระจกมองข้างแต่ไม่มีเสียงแจ้งเตือนแบบน้องแมว หรือเซลส์อาจจะปิดไว้
- ATTO 3 มี Lane keep ไม่รู้ว่า keep ยังไง ลองเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดไฟ รถก็ไม่ได้หน่วงพวงมาลัยหรือมีเสียงเตือนอะไร
- ATTO 3 เบรกตื้น แตะนิดเดียวเบรกเลย ไม่ต้องเหยียบลึก

สรุปภาพรวมหลังจากได้ รีวิว BYD Atto 3 ด้านความแรงเราให้ ATTO เหยียบแล้วพุ่งดี แต่ระบบช่วยเตือนต่างๆชอบ Good Cat 500 Ultra มากกว่า เป็นมุมมองส่วนตัวของเรานะ ใครสนใจก็ไปลองกันดู สำหรับ BYD ATTO 3 ต้องวางเงินจองก่อน 10,000 บาท ถ้าลองแล้วเปลี่ยนใจก็สามารถขอเงินคืนได้
สำหรับใครที่สนใจรถ EV ฮอป ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมวางแผนระบบไฟฟ้าให้เหมาะกับรถไฟฟ้า ของคุณโดยเฉพาะ สนใจทักแชท หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้เลยนะคะ
สอบถามรายละเอียดการให้บริการ / รับคำปรึกษา



