ขั้นตอนการ เตรียมที่ชาร์จรถ EV - HOP

ขั้นตอนการ เตรียมที่ชาร์จรถ EV

     หลายคนที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้า มักจะเกิดคำถามขึ้นมาว่า ซื้อแล้วจะ เตรียมที่ชาร์จรถ EV อย่างไร เมื่อเข้าไปศึกษาก็จะพบกับมาตรฐานของทั้งการไฟฟ้านครหลวง มาตรฐานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ซึ่งจะมีศัพท์ที่คนทั่วไปเข้าใจยากเต็มไปหมด ไหนจะอุปกรณ์ที่มีหลากหลายขนาดและสเปกย่อยที่ต่างกันอีกมากมาย หากเป็นผู้ที่ไม่ค่อยได้สัมผัสงานเกี่ยวกับไฟฟ้า อ่านแล้วก็รู้สึกยุ่งยาก จนอาจจะล้มเลิกการซื้อรถไฟฟ้าเลยก็ได้

ขั้นตอนการ เตรียมที่ชาร์จรถ EV

เราจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆว่า การเตรียมตัวเพื่อให้บ้านเราสามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้ ต้องรู้ข้อมูลเบื้องต้นอะไรบ้าง

มิเตอร์ เตรียมที่ชาร์จรถ EV

1. ต้องรู้ว่า มิเตอร์ของบ้านเป็นแบบไหน

มิเตอร์ เตรียมที่ชาร์จรถ EV

 

ตามหามิเตอร์ไฟของบ้านตัวเองก่อน วิธีการดูสามารถดูได้จากบิลค่าไฟ หาคำว่า “รหัสเครื่องวัด” จะมีตัวเลข 10 หลักอยู่ จากนั้นเดินไปที่มิเตอร์ไฟที่อยู่กับเสาไฟหน้าบ้าน ดูเลขที่อยู่บนสุดของมิเตอร์ บางอันจะมีเขียนว่า PEA (ตัวเลข 10 หลัก) ตัวใหญ่ๆ ซึ่งเลขบนมิเตอร์และเลขในใบเสร็จจะต้องตรงกัน

อ่านเลขมิเตอร์ เพื่อติดตั้งที่ชาร์จรถ EV

เมื่อมั่นใจว่า เป็นมิเตอร์ของบ้านตัวเองแล้ว ให้หาตัวเลข 5(15)A ,15(45)A , 30(100)A, 50(150)A 

เพียงเท่านี้คุณก็จะรู้ว่า มิเตอร์ที่บ้านเป็นขนาดไหน

สอบถามการติดตั้ง EV Charger

2. ต้องรู้ว่า ที่บ้านปัจจุบันใช้ไฟสูงสุดปริมาณเท่าไหร่

สามารถคำนวณเองแบบง่ายๆได้ โดยเริ่มจากการนับจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและคำนวนจำนวนกระแสไฟที่ใช้ เช่น เครื่องปรับอากาศ (เครื่องละ 4-10.5 แอมป์) เครื่องทำน้ำร้อน/น้ำอุ่น (เครื่องละ 16-21 แอมป์) โทรทัศน์ (เครื่องละ 0.2 แอมป์) พัดลม (ตัวละ 0.34 แอมป์) ตู้เย็น (เครื่องละ 0.32 แอมป์) เป็นต้น

 

คำนวณไฟบ้านเพื่อติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

 

สอบถามรับ ส่วนลดพิเศษ ทักเลย

3. ศึกษารถไฟฟ้าที่ต้องการจะซื้อ

ความเร็วในการชาร์จรถจากไฟบ้านของรถแต่ละคัน ใช้เวลาไม่เท่ากัน

โดยทั่วไปตามบ้านของเราจะใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ(AC)

แต่การชาร์จไฟของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้านั้นจะเก็บประจุไฟฟ้าไว้ในรูปแบบไฟฟ้ากระแสตรง(DC)

ดังนั้นการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจากไฟบ้านจำเป็นต้องแปลงไฟฟ้ากระแสสลับ(AC) ไปเป็นไฟฟ้ากระแสตรง(DC)เพื่อเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ซึ่งอุปกรณ์สำคัญที่จะคอยทำหน้าที่ในการแปลงกระแสไฟฟ้านี้ก็คือ On-Board Charger 

On-Board Charger เป็นอุปกรณ์ที่จะถูกติดตั้งอยู่ภายในระบบชาร์จแบตเตอรี่ในตัวรถยนต์ EV โดยขนาดของ On-Board Charger จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีผลต่อระยะเวลาในการชาร์จไฟให้แบตเตอรี่ ยกตัวอย่าง เช่น

EV Chager

รถยนต์ไฟฟ้า A  มีความจุแบตเตอรี่ ขนาด 66 kWh และมีขนาด On-Board Charger ที่ 6.6 kW จะใช้เวลาชาร์จด้วยไฟบ้านแบบ AC จาก 0-100% ในระยะเวลา 10 ชั่วโมง

รถยนต์ไฟฟ้า  B มีความจุแบตเตอรี่ ขนาด 66 kWh และมีขนาด On-Board Charger ที่ 11 kW จะใช้เวลาชาร์จด้วยไฟบ้านแบบ AC จาก 0-100% ในระยะเวลา 6 ชั่วโมง

จะเห็นได้ว่าทั้งรถยนต์ไฟฟ้า  A  และ รถยนต์ไฟฟ้า  B มีความจุแบตเตอรี่เท่ากัน แต่รถยนต์ไฟฟ้า  B ที่มีขนาด On-Board Charger ที่มากกว่า รถยนต์ไฟฟ้า  A  ทำให้รถยนต์ไฟฟ้า  B ใช้ระยะเวลาในการชาร์จน้อยกว่า รถยนต์ A

เลือกเครื่องชาร์จ รถยนต์ไฟฟ้า

4. ศึกษาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้เหมาะกับการใช้งาน

เมื่อเราทราบขนาด On-Board Charger ของรถยนต์ไฟฟ้าที่เราจะใช้แล้ว สิ่งต่อไปที่เราจะต้องทำคือเลือกขนาดเครื่องชาร์จที่เหมาะสมกับขนาด On-Board Charger ของรถเรานั่นเอง ซึ่งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่มีในตลาดมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 3.6kW, 7.4kW, 11kW และ 22kW

เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าขนาด 3.6kW เหมาะสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด(PHEV) ที่มีขนาด On-Board Charger ไม่เกิน 7.4 kW เช่น Mercedes Benz C 350e ที่มีขนาด On-Board Charger 3.7 kW เป็นต้น

เลือกเครื่องชาร์จ รถยนต์ไฟฟ้า

เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าขนาด 7.4kW เหมาะสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีขนาด On-Board Charger เกิน 3.6 kW แต่ไม่เกิน 7.4kW เช่น ORA Good Cat ที่มีขนาด On-Board Charger 6.6 kW เป็นต้น

เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าขนาด 11kW เหมาะสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีขนาด On-Board Charger เกิน 7.4 kW แต่ไม่เกิน 11 kW เช่น Volvo XC40 Recharge Pure Electric ที่มีขนาด On-Board Charger 11 kW เป็นต้น

เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าขนาด 22kW เหมาะสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีขนาด On-Board Charger เกิน 11 kW แต่ไม่เกิน 22 kW เช่น Tesla Model S Dual Motor ที่มีขนาด On-Board Charger 16.5 kW เป็นต้น

เมื่อเราเลือกขนาดเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้แล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงต่อไปคือระบบไฟฟ้าภายในบ้านของเรามีกำลังไฟฟ้าเพียงพอต่อการใช้งานเครื่องชาร์จรถที่เพิ่มขึ้นมาหรือไม่ หากกำลังไฟฟ้าไม่เพียงพอจะมีความเสี่ยงต่อการไฟตกได้ (การเกิดไฟตกทำให้อายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าสั้นลง วงจรภายในเสียหาย ดังนั้นการที่ไฟตกบ่อยๆไม่ดีต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน) เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าวและยังสามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างปกติ แนะนำให้ขอเพิ่มขนาดมิเตอร์ให้เหมาะสมกับการใช้ไฟภายในบ้าน

5. เลือกขนาดมิเตอร์ที่ต้องการใช้

บ้านส่วนใหญ่นิยมใช้มิเตอร์ขนาด 15(45)A หากคำนวนไฟที่เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านปัจจุบัน บวกกับไฟที่เครื่องชาร์จรถที่ต้องการใช้ เกินกว่าเลขที่อยู่ในวงเล็บ จำเป็นต้องเพิ่มขนาดมิเตอร์ โดยการขอเปลี่ยนมิเตอร์ต้องขอกับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตามพื้นที่ของที่ติดตั้ง

มิเตอร์ TOU

นอกจากขนาดมิเตอร์แล้ว ยังมีประเภทของมิเตอร์ที่ลูกค้าสามารถเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเองได้อีก หากเจ้าของรถไม่ค่อยมีการใช้ไฟช่วงกลางวัน แนะนำให้เลือกมิเตอร์ที่คิดอัตราใช้ไฟแบบ Time of Use (TOU) โดยอัตราค่าไฟฟ้าในช่วง Off-Peak เวลา 22.00 น. – 09.00 น. จะถูกกว่าค่าไฟในช่วง Peak เวลา 09.00 น. – 22.00 น. (สำหรับวันจันทร์-ศุกร์) กรณีที่มีผู้พักอาศัย.

เตรียมที่ชาร์จรถ EV ฮอป

สุดท้ายถ้ายังสงสัยเกี่ยวกับการ เตรียมที่ชาร์จรถ EV ฮอป ให้คำปรึกษาพร้อมวางแผนระบบไฟฟ้าให้เหมาะกับรุ่นรถไฟฟ้า ของคุณโดยเฉพาะ สนใจทักแชท หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้เลยนะคะ


สอบถามรับส่วนลดพิเศษ ทักเลย