
ทยอยเปิดตัวกันต่อเนื่องเลยนะคะสำหรับตลาดรถ EV ในบ้านเราซึ่งคนมือไวก็จองทัน บางคนก็อกหัก หลายคนก็ติดดอย ( ล้อเล่นน้าาา หยอกๆ ) ไม่เป็นไรค่ะวันนี้วีมีอัพเดท รถEVน่าใช้2023 มาให้ชมกัน ที่สำคัญทั้ง 3 รุ่นนี้ยังจองได้อยู่ มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้างไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ รับรองว่ารูปเยอะดูกันจุใจไปเร้ยยย

เริ่มกันที่ BMW iX xDrive40
รถ SUV ไฟฟ้าล้วนค่าย BMW คันนี้มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยพละกำลัง 523 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 765 นิวตันเมตร สำหรับ iX xDrive40 อัตราเร่ง 0 – 100 km/h ภายใน 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 km/h ราคาเริ่มต้น 4,999,000 บาท
มีให้เลือก 5 สี Aventurin Red, Black Sapphire, Mineral White, Phytonic Blue, Sophisto Grey และ Storm Bay ในรูปเป็น Phytonic Blue รับประกันตัวรถ 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สามารถซื้อ warranty เพิ่มได้
ล้ออัลลอยเป็นแบบสปอร์ต Aerodynamic ขนาด 22 นิ้ว

แบตเตอรี่ความจุ 111.5 kWh รองรับการชาร์จไฟ DC สูงสุดที่ 200kW ระยะทางวิ่งสูงสุด 630 km. ต่อการชาร์จ แบตเตอรี่รับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 km.

ไฟน้าและหลังทรงเรียวยาว หน้าต่างเป็นแบบไร้ขอบด้วยน้า

คอนโซลกลางมีปุ่มควบคุมระบบสัมผัสและระบบเปลี่ยนเกียร์แบบ rocker switch

ที่ชอบมากๆคือ การตกแต่งเกียร์และที่ปรับเบาะด้วยคริสตัลใส แวววาวละลายใจ มาพร้อมกับลำโพง Harman Kardon ด้วยนะ หลังคากระจกแบบพาโนรามิคที่ครอบคลุมทั่วทั้งหลังคา สำหรับที่นั่งห้องผู้โดยสารมีระบบปรับอากาศแยกและช่องเสียบชาร์จโทรศัพท์แยก 2 ฝั่ง

ต่อกันที่ Neta V

รถ Compact Crossover 5 ประตู ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า 1 มอเตอร์ พละกำลังสูงสุด 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตร ระยะทางขับขี่สูงสุด 380 กิโลเมตร/ 1 การชาร์จ มาตรฐาน NEDC ค่าตัวน้องน่ารักเพียง 549,000 บาทเท่านั้น รถมีขนาดใกล้เคียงกับ Honda Jazz, และ Toyota Yaris แต่ความรู้สึกเหมือน Neta V จะแอบสูงกว่านิดนึง

ไฟหน้าฮาโลเจน พร้อมไฟ DRL แบบ LED ไฟท้ายใช้ไฟ LED เต็มระบบทรงรูปตัว Y ติดสปอยเลอร์หลังด้านบนหลังคา มาพร้อมกับกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์เตือนการชนด้านหลัง พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง มีความจุทั้งหมด 500 ลิตร สามารถเพิ่มพื้นที่สัมภาระได้ด้วยการพับเบาะนั่งแถวหลังลงไป

ล้ออัลลอยที่ให้มากับตัวรถขนาด 16 นิ้ว ช่องชาร์จแบตเตอรี่อยู่บริเวณเหนือซุ้มล้อหน้าซ้าย รองรับการชาร์จแบบ AC type 2 ที่ 6.6 kW และ DC CCS2 สูงสุด 60 kW จออินโฟเทนเมนต์ตรงกลางขนาด 14.6 นิ้ว มีภาษาไทยด้วยนะ ใช้ควบคุมระบบแอร์, ระบบขับขี่ รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนด้วย

เบาะปรับแบบ manual ทั้งหมด

ด้านหลังคนตัวเล็กอย่างเรานั่งสบาย อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับคนสูงเท่าไหร่ มีมือจับหลังคารถมาให้ทุกที่นั่งเลยนะ
ปิดท้ายด้วย MG4 Electric

MG4 Electric ทรงแฮทช์แบค จากที่สอบถามบางโชว์รูมสามารถรับรถได้เลยด้วยน้า มี 2 รุ่น รุ่น D ราคา 869,000 บาท รุ่น X ราคา 969,000 บาท ขนาดรถก็ใกล้เคียงกับ Mazda 3 เลย

ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง 170 แรงม้า วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 425 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แบตเตอรี่รับประกัน 8 ปีหรือ 180,000 กม. คันนี้ใช้นวัตกรรมแบตเตอรี่ CELL TO PACK เรียงแบบแนวนอน ที่ค่ายรถบอกว่า ช่วยลดพื้นที่ และระบายความร้อนได้ดี
สามารถชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่ แบตเตอรี่ได้ในขณะชะลอรถ ซึ่งเลือกได้เองถึง 4 ระดับ
(LOW / MEDIUM / HIGH และ ADAPTIVE)
ปรับน้ำหนักพวงมาลัย อัตราเร่ง และแรงที่ใช้เหยียบเบรกเองได้ด้วย โดยมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 5 รูปแบบ SNOW / ECO / NORMAL / SPORT และ CUSTOM

ไฟหน้า LED มี DAYTIME RUNNING LIGHTS ไฟท้าย LED หลังคาแบบ 2-TONE พร้อมสปอยเลอร์หลัง TWIN ARROW WING

จอแสดงผลแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว พวงมาลัยเป็นแบบ multi-function ควบคุมเสียง รับ – วางสายโทรศัพท์ เกียร์เป็นแบบหมุนๆ ด้านบนมีที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือไร้สายให้ด้วย จอตรงกลางเป็นระบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว

เอารูปห้องโดยสารภายในมาฝากด้วย เบาะมีที่ให้คนข้างหลังดเก็บของพร้อมช่องแยกเล็กๆ แต่ไม่มีซันรูฟ, ไฟส่องสว่างด้านหลังและมือจับหลังคารถมาให้นะ


สำหรับใครที่สนใจรถ EV ฮอป ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมวางแผนระบบไฟฟ้าให้เหมาะกับรถไฟฟ้า ของคุณโดยเฉพาะ สนใจทักแชท หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้เลยนะคะ
ฮอป รีวิว รถEVน่าใช้2023
สอบถามรายละเอียดการให้บริการ / รับคำปรึกษา



